เจาะลึก เคสธุรกิจจีน "FRESHIPPO" เปลี่ยนชีวิต พลิกวิกฤติเป็นโอกาสของจีน UNDER THE NEW NORMAL (ตอนที่ 1)
หลังจากสภานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น กระแสของภาวะ NEW NORMAL ก็กลายเป็นหัวข้อที่เริ่มพูดถึงและรู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเข้าประเด็น เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า NEW NORMAL คืออะไร...
NEW NORMAL หรือ "ความปกติในรูปแบบใหม่" เกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังจากที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 ซึ่งสภาวะ "ความปกติในรูปแบบใหม่" บังคับให้ทุกอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
หลายคนคงสงสัยว่าเราจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะ NEW NORMAL นี้ได้อย่างไร เรามีบทเรียนจากประเทศจีนมาให้ทุกคนได้อ่านกัน ธุรกิจที่เราจะมายกตัวอย่างมาพูดคือ FRESHIPPO หรือที่คนจีนรู้จักกันในชื่อ HEMA (เหอหม่า) ซูเปอร์มาร์เก็ตของค่ายอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง ALIBABA นั่นเอง โดย FRESHIPPO เป็นศุนย์กลางประสบการณ์การบริโภคและเป็นการหลอมรวมกันระหว่างออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ

Credit Photo : technode
จากบทสัมภาษณ์ของ HOU YI ประธานบริหารของ FRESHIPPO นั้น เขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าส่งผลต่อธุรกิจของเขาเป็นอย่างมาก เพราะในปีที่ผ่านมา FRESHIPPO เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ โดยลูกค้าสามาถใช้แอพพลิเคชั่น FRESHIPPO หรือ TAOBAO บนมือถือเพื่อซื้อสินค้าภายในร้าน หรือสั่งไว้และมารับที่หน้าร้านภายหลังได้ (Click and Collect) หรือแม้กระทั่งสั่งเป็นแบบเดลิเวอร์รี่ให้ไปส่งถึงหน้าบ้านภายใน 30 นาที หรือในรัศมี 3 กิโลเมตรระหว่างบ้านของลูกค้ากับซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งเป็นการเจาะตลาดท้องถิ่น โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องกำเงินสกไปซื้อเพราะ FRESHIPPO ได้มีการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มเพย์เมนต์อย่าง ALIPAY เอาไว้แล้ว

Credit Photo: Gulf News
การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) และการปิดเมืองอู่ฮั่นทำให้ FRESHIPPO เจออุปสรรคและสิ่งท้าทายมากมาย เรามาดูกันว่าพวกเขาเจออะไรและมีมาตรการรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรบ้าง

Credit Photo : The Star Malaysia
1. การสร้างความมั่นใจในสุขภาพและความปลอดภัยของร้านค้าทั้งหมด รวมถึงพนักงานทุกคน จากการกำหนดเงื่อนไขในช่วงแรกของการระบาดว่าให้พนักงานทุกคน รวมถึงลูกค้าที่จะเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ตจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย และมีบริการแจกหน้ากากอนามัยพร้อมน้ำยาฆ่าเชื้อฟรี สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้สวมใส่ ซึ่งในช่วงปิดเมืองนั้น สาขาของ FRESHIPPO ทั่วประเทศจีนก็ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่ไม่มีพนักงานหรือลูกค้าที่ติดเชื้อในซูเปอร์มาร์เก็ตเลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนให้เห็นถึงมาตรการการป้องกันทางด้านสุขภาพและความปลอดภัยของ FRESHIPPO ได้เป็นอย่างดี

Credit Photo : Shanghai Daily
2. การรักษาราคาสินค้าและมีสินค้าให้เลือกซื้ออย่างต่อเนื่อง จากที่ FRSHIPPO เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่ใช้ระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มาจากผู้ผลิตท้องถิ่นไม่ใช่ร้านขายส่ง และ FRESHIPPO มีระบบธุรกิจแบบ B2C และ O2O เพื่อที่จะได้นำสินค้าจากออนไลน์บางสวนมาขายที่ซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

Credit Photo : Aljazeera
3. แรงงานคือความท้าทายที่ใหญ่ที่สุด การปิดเมืองฉุกเฉินนั้นทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้าบนออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ และช่องว่างของแรงงานก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย ทำให้ร้านอาหารส่วนใหญ่เจอแรงกดดันจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและจำนวนสินค้าในสต็อค ซึ่ง FRESHIPPO ได้รับคำร้องจากผู้ประกอบการให้ช่วยขายสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มในสถานการณ์นี้ นอกเหนือจากนั้นร้านอาหารยังเจอต้นทุนเงินเดือนของพนักงานในร้านอาหาร และมีพนักงานบางส่วนถูกเลิกจ้าง ในขณะเดียวกัน พนักงานของ FREESHIPPO ก็ไม่เพียงพอ จึงมีการจ้างพนักงานชั่วคราวจำนวน 5,000 คนจาก 40 ร้านอาหารให้มาช่วยเหลือและสนับสนุนพนักงานที่ซูเปอร์มาร์เก็ตอีกด้วย ดังนั้น ปัญหาเรื่องการว่าจ้างพนักงานก็ได้รับการแก้ไขทั้งสองฝ่าย
ในตอนต่อไป เราจะมาพูดถึงโอการที่ FRESHIPPO ค้นพบขณะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามค่ะ